วัฒนธรรมไทยมีการจัดการอย่างเป็นระบบผ่านหน่วยงานของรัฐ คือ กระทรวงวัฒนธรรม  ซึ่งปฏิบัติงานภายใต้วิสัยทัศน์ว่า  “เป็นองค์กรหลักในการสร้างความภาคภูมิใจในความเป็นไทย ปลูกฝังค่านิยมอันดีงามบนพื้นฐานคุณธรรม นำสังคมสู่ความอยู่เย็นเป็นสุข”   ค่านิยมอันดีงามที่กระทรวงวัฒนธรรมมีความพยายามที่จะปลูกฝังให้คนในสังคม ที่จะกล่าวต่อไปนี้ คือ ค่านิยมด้านเพศ

 

                ในมุมมองของวัฒนธรรมในปัจจุบัน  เรื่องเพศเป็นเรื่องที่ยังมีการถกเถียงกันอยู่มากโดยเฉพาะความแตกต่างทางเพศ  จากการปฏิบัติงานที่มาของกระทรวงวัฒนธรรมแสดงให้เห็นถึงความพยายามที่จะสร้างค่านิยมทางเพศให้สังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง ปี พ.ศ. 2540 เป็นต้นมา การกวาดล้างการ์ตูนที่มีเนื้อหารักร่วมเพศ หรือส่อไปในทางรักร่วมเพศเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยสื่อต่าง ๆ มักสื่อว่าการ์ตูนและหนังสือเหล่านี้เป็นสิ่งที่ ลามก หยาบคาย ผู้หญิงรวมถึงเพศอื่น ๆ ที่อ่านการ์ตูนประเภทนี้จิตไม่ปกติ ผู้ปกครองควรต้องกวดขันอย่างหนัก ทั้งๆ ที่การอ่านเรื่องเหล่านี้ไม่ผิดกฎหมาย ไม่ผิดศีลธรรม

 

                แต่อย่างไรก็ตามกระทรวงวัฒนธรรมและคนในสังคมส่วนใหญ่ยังคงมองว่าการ์ตูนวาย ที่มีเนื้อหาของความรักในเพศเพศเดียวกันนี้เป็นสิ่งที่ผิดต่อศีลธรรมและค่านิยมทางเพศอยู่ดี เนื่องจากคนในสังคมส่วนใหญ่ยังคงยึดติดอยู่กับค่านิยมเดิม ๆ ซึ่งสอดคล้องกับ ลัทธิสารัตถนิยมทางเพศ (Sexual Essentialism) ที่มองผ่านแนวทางในเชิงมโนคติวิทยา เรื่องความคิดทางเพศที่ว่า เรื่องเพศเป็นเรื่องทางลบ

ที่เชื่อว่าเรื่องเพศเป็นเรื่องอันตราย เป็นตัวบ่อนทำลาย และเป็นแรงขับทางลบ

วัฒนธรรมเหล่านี้ปฏิบัติกับเรื่องเพศอย่างระแวดระวัง โดยตีความและตัดสินเกือบทุกการปฏิบัติทางเพศในลักษณะของการแสดงออกที่เลวร้าย เรื่องเพศถูกทึกทักเป็นความผิดบาป (สมเกียรติ ตั้งนโม, มปป)

 

สมชาย ปรีชาศิลปะกุล  (2547)  กล่าวว่า  ความดีหรือสัจธรรมอันแท้จริงในโลกมนุษย์นี้ไม่มีอยู่จริง เพราะความดี ความยุติธรรม ความจริง ล้วนขึ้นอยู่กับบริบทแวดล้อมหรือกาลเทศะทั้งสิ้น

 

จารีตประเพณี มักมีการสร้างมาตรฐานกลางโดยรัฐไม่ว่าจะโดยนโยบายหรือการออกกฎหมายให้มีบรรทัดฐานเดี่ยวในการตัดสินหรือกำกับวิถีชีวิตของผู้คน ซึ่งเป็นสิ่งที่ขัดแย้งกับความเป็นจริงและรวมถึงอาจเป็นการสร้างกฎเกณฑ์ที่ก่อความอยุติธรรมให้เกิดขึ้น เนื่องจากสังคมมีความหลากหลายทั้งเชื้อชาติและวัฒนธรรม

 

ในกรณีเรื่องของการ์ตูนวายก็เช่นกัน ไม่ควรนำศีลธรรมที่เป็นบรรทัดฐานเดียวกันเช่นนี้มาตัดสิน เพราะศีลธรรมอย่างประชาธิปไตยนั้น ควรตัดสินการกระทำทางเพศโดยวิถีของคู่รักแสดงออกแก่กันและกัน  ไม่ว่าการกระทำทางเพศจะเป็นการรักเพศเดียวกัน, รักต่างเพศ, กลุ่มคนหรือคู่เหล่านี้ไม่ควรถูกนำมาพิจารณาทางด้านจริยธรรม

เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากหากจะพัฒนาจริยธรรมทางเพศแบบพหุนิยม*  หากไม่ยอมรับความหลากหลายทางเพศ ความหลากหลายเป็นพื้นฐานของสิ่งต่างๆ ในชีวิต การเรียนรู้ที่จะสรรเสริญความแตกต่างวัฒนธรรมน่าจะเป็นวิถีทางที่เหมาะสมที่จะทำให้เกิดศีลธรรมที่เป็นประชาธิปไตยได้

 

*พหุนิยม  คือ สภาพหรือลักษณะของสังคมใด ๆ ที่ยอมรับการปรากฏอยู่หรือการมีอยู่ 

edit @ 16 Sep 2010 13:51:33 by The yaoi project

edit @ 16 Sep 2010 14:29:32 by The yaoi project

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เขียนได้วิชาการมากกกอาจารย์sad smile

#1 By ปิยะ99 on 2010-09-16 14:03

ถ้ามองทางด้านศีลธรรมก็ต้องใช้บรรทัดฐานเดียวกันครับ
ไม่ใช่เจาะจงในสิ่งที่ "แตกต่าง" หรือเพียงแค่คิดว่ามัน "แตกต่าง"

สำหรับผมลองคิดเล่นๆ ถ้าในแง่ของวิทยาศาสตร์
สิ่งมีชีวิตเริ่มแรกของโลกคือจำพวกหอย มันมีสองเพศแต่เกิดแล้วก็เลือกได้ว่าจะเป็นเพศไหน อาจหมายความว่า มนุษย์หรือสัตว์ที่เกิดมาเป็นเพศใดเพศหนึ่งอาจ "กลายพันธุ์" ก็ได้ cry question

#2 By Flashez Diary Y ของผม on 2010-09-16 15:06

คิดว่ารักกันดีกว่าเกลียดกันนะคะ : ))

#3 By TEDDYBEAR (182.52.182.40) on 2010-09-21 17:18